จอน สโนว์ - พระเอกนิยาย ในโลกที่ไม่นิยายด้วย

กระทู้จากหมวด "พูดคุย Game of Thrones" โพสต์โดย สุนัขป่าโลกันตร์, 11 พฤษภาคม 2019.

  1. 20190511_120600 AM.jpg
    จอนกับโกสต์ - by Magali Villeneuve

    ก่อนนี้ระหว่างคุยกันเรื่องข้อแตกต่างระหว่างหนังสือกับซีรีส์ ผมเคยพูดๆ เอาไว้ว่าจะหยิบจุดน่าสนใจจากหนังสือมาเล่าให้ฟัง จึงเรียบเรียงบทความนี้ขึ้นมาครับ

    บอกกล่าว
    • สปอย ถึงหนังสือเล่มห้า ใกล้เคียงกับตอนจบซีซันห้า
    • เนื้อหาที่ยกมาจากหนังสือ แปลใหม่จากฐานข้อมูล https://asearchoficeandfire.com อาจไม่ตรงกับฉบับแปลไทย
    ตามชื่อบทความนั่นละครับ จอน สโนว์ พอจะเรียกได้ว่าเป็นพระเอกนิยายแฟนตาซีแบบดั้งเดิม แม้เขาจะมีปมว่าเป็นลูกนอกสมรสและทำตัวเกเรบ้าง แต่เขาก็มีจิตใจเที่ยงธรรม ทนดูเรื่องเลวร้ายไม่ได้ ชอบยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่น แต่ก็อย่างที่จั่วหัวไว้อีกเช่นกันว่าโลกในนิยายเรื่องนี้ห่างไกลกับโลกแฟนตาซีสีสันสดใสทั่วไปนัก

    ด้วยนิสัยนี้ของจอน เขาจะเอาตัวรอดและลุล่วงภารกิจได้หรือไม่ในโลกที่ไม่สวยสดใสใบนี้… นั่น คือเรื่องที่จอนจะต้องถูกลุงมาร์ตินทดสอบตลอดการดำเนินเรื่อง


    ภารกิจของหน่วยพิทักษ์ราตรี

    หน่วยพิทักษ์ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องอาณาจักรจากภยันตรายนอกผากำแพง และย้ำชัดเจนว่าเมื่อร่วมหน่วยต้องตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในอาณาจักรอีก ข้อกำหนดนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อความโก้หรู แต่เพราะการฝ่าฝืนอาจกระทบภารกิจของหน่วยได้ ลองนึกดูว่าหากหน่วยพิทักษ์เกิดมีเรื่องบาดหมางกับขุนนางใหญ่หรือกระทั่งเชื้อพระวงศ์จนถูกจู่โจมหรือถูกสั่งยุบ แล้วจะมีใครมาทำภารกิจนี้แทนหรือ

    หลังจากจอนสาบานตน ลุงมาร์ตินก็เริ่มหาเหตุยุยงให้เขาละทิ้งหน้าที่ ครั้งที่โดดเด่นได้แก่การออกรบของร็อบหลังเน็ดถูกประหาร เมื่อเขาตกหลุมรักอีกริต และข้อเสนอของสแตนนิสที่ให้เขาได้ครองวินเทอร์เฟลอย่างถูกต้อง โจทย์ทั้งสามข้อนี้แม้ทำให้จอนไขว้เขวแต่สุดท้ายเขาก็ผ่านมันไปได้

    จุดน่าสังเกตคือแม้ลุงมาร์ตินจะไม่ได้บอกตรงๆ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว บทแรกเป็นเรื่องของการล้างแค้น บทที่สองเป็นเรื่องของความรัก และบทที่สามคือลาภยศ ไม่ว่าข้อไหนก็เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวทั้งนั้น จึงไม่ยากเลยที่ผู้อ่านจะคิดตรงกันอย่างไม่รู้ตัวว่าการรักษาคำสาบานเป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า จะอย่างไรภารกิจของหน่วยพิทักษ์ก็มีไว้เพื่อส่วนรวม

    20190511_121231 AM.jpg
    เมสเตอร์เอมอน

    นั่นเป็นเพียงออเดิฟเรียกน้ำย่อย จากนี้ลุงมาร์ตินจะหยิบจิตใจที่เที่ยงธรรมของจอนมาเล่นโดยตรง


    จิตใจที่รักความถูกต้องเที่ยงธรรม

    จอนแสดงนิสัยนี้ออกมาหลายครั้งผ่านทั้งการกระทำและคำพูด แต่หลายๆ ครั้งสิ่งที่จอนต้องการกลับไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อหน่วยพิทักษ์เลย ผบ. มอร์มอนต์เคยเอ่ยปากเตือนจอนเรื่องนี้

    20190511_121548 AM.jpg
    จีออร์ มอร์มอนท์ ผบ.สูงสุดหน่วยพิทักษ์ราตรี

    ผบ.ต้องการบอกอะไรจอน… เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกิลลี ลูกสาวคนหนึ่งของคราสเตอร์ บอกให้จอนรู้เรื่องที่คราสเตอร์จะเอาลูกชายเธอไปมอบให้เหมันตภูติและขอให้จอนช่วยเหลือ การกระทำของคราสเตอร์นี้จอนมองว่าชั่วร้ายมาก

    คราสเตอร์ไม่ใช่คนดี จอนมองถึงกระทั่งว่าควรกำจัด ทว่าคำตอบของมอร์มอนต์สำคัญมาก คราสเตอร์ก็ช่วยชีวิตสมาชิกหน่วยพิทักษ์ไว้หลายครั้ง จอนจะเลือกกำจัดคนเลวคนนี้ หรือยอมปล่อยเขาทำเรื่องเลวทรามต่อไปเพื่อผลประโยชน์ของหน่วย

    จุดสังเกต จอนมักนึกถึงเอ็ดดาร์ดเวลาชั่งใจเรื่องทำนองนี้ พอนึกขึ้นมาแล้ว เขาก็มักตัดสินใจทำตามที่ใจเรียกร้องทันที ดังที่เราจะได้เห็นในตัวอย่างต่อไป บททดสอบใหญ่ที่มีผลกระทบมหาศาล โครินมือแหว่งสละชีพสร้างสถานการณ์ให้เหมือนจอนทรยศพี่น้องชุดดำเพื่อให้จอนแทรกซึมคนเถื่อนกลุ่มหนึ่งได้ โครินสั่งจอนเอาไว้

    ผลจากการแทรกซึม จอนได้รู้ว่าคนเถื่อนวางแผนจะเข้าตีผากำแพงจากทิศใต้ ทิศที่หน่วยพิทักษ์ไม่ได้เฝ้าระวังและจะเข้าถึงปราสาทได้โดยตรง การนำข่าวกลับไปแจ้งกลายเป็นภารกิจที่สำคัญมาก

    แต่แล้วเขาก็ได้รับคำสั่งให้สังหารชายชราคนหนึ่ง ชายชราผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร คนบริสุทธิ์… มันขัดกับความเที่ยงธรรมในใจเขาอย่างจัง จอนตระหนักดีว่าหากเขาปฏิเสธ ชายชราคนนั้นก็ต้องตายอยู่ดี แถมตัวเองก็จะไม่รอดด้วย เมื่อไร้คนแจ้งเตือน หน่วยพิทักษ์จะต้องล้มตายเป็นเบือ

    20190511_121952 AM.jpg
    โกสต์ข้างกายจอน

    ทันทีที่จอนนึกถึงเอ็ดดาร์ดเขาก็ไม่ยอมล้ำเส้นอีกต่อไป เขาปฏิเสธไม่ยอมสังหารชายชราทั้งที่รู้อยู่เต็มอกถึงความหนักหน่วงของภารกิจที่เขาแบกรับไว้ และผลก็เป็นไปตามคาด ชายชราถูกคนเถื่อนสังหาร จอนเองก็แทบจะต้องตายเป็นที่แน่นอนแล้ว… ทว่า… ลุงมาร์ตินส่งโกสต์เข้าไปช่วยจอนไว้ จอนรอดตายกลับไปเตือนพี่น้องของเขาได้ และเตรียมแผนรับมือได้ทันท่วงที

    หนนี้ลุงมาร์ตินยอมปล่อยให้จอนได้ทำตามอำเภอใจ แต่ลุงจะยอมยื่นมือเข้าช่วยจอนอีกสักกี่ครั้งเชียว…?
    Last edited: 12 พฤษภาคม 2019
    RickonStark ถูกใจข้อความนี้
  2. ผู้บัญชาการสูงสุดจอน สโนว์

    20190511_122231 AM.jpg
    ผบ.จอน สโนว์ออกตรวจตราหน่วยของเขา

    **หมายแหตุ** ส่วนอ้างอิงหนังสือจากนี้ไป มาจากเล่มห้ามังกรร่อนระบำทั้งหมด จะขอละชื่อหนังสือไว้

    จอนก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการในเวลาต่อมา และจะว่าไปก็ทำผลงานได้น่าประทับใจมาก เขาเจรจาผูกมิตรกับคนเถื่อนได้สำเร็จ อย่างที่ไม่เคยมี ผบ. คนใดเคยทำได้มาก่อน

    แต่จอน สโนว์ ต้องโดนยุแยงจากสถานการณ์ภายนอก บอลตันร่วมมือกับเฟรย์และแลนนิสเตอร์สังหารล้มล้างตระกูลสตาร์คขึ้นเป็นผู้ครองแคว้นเหนือ อีกทั้งตัวหมากสำคัญก็มาถึงผากำแพงและเข้ามาพัวพันกับเขาอย่างใกล้ชิด สแตนนิส

    ทัพของสแตนนิสมาถึงผากำแพงในท้ายเล่มสามและช่วยหน่วยพิทักษ์ไว้จากการรุกรานของคนเถื่อน ต่อมาในบทแรกเล่มห้า สแตนนิสก็ทวงบุญคุณขอความร่วมมือจากจอน แม้จอนจะปฏิเสธได้อย่างไม่ใยดี แต่จากบทสนทนาของเขากับแซมในบทต่อมาแสดงให้เห็นว่าใจจริงแล้วจอนแอบหวังกับสแตนนิสอยู่ไม่น้อย

    และเพียงแค่บทที่สี่ เขาก็ถลำเสียแล้ว

    หน่วยพิทักษ์ไม่ยุ่งเกี่ยว เป็นเสียงที่จะจอนยอมฟังน้อยลง น้อยลง และแม้แรกๆ เขาจะแอบทำเงียบๆ แต่ยิ่งนานไปก็ยิ่งโจ่งแจ้งขึ้น ทำเอาสมาชิกหน่วยพิทักษ์อกสั่นขวัญแขวน

    จิตใจที่ย้อนแย้ง

    20190511_122915 AM.jpg
    ทัพสแตนนิสในแดนหิมะ -- by Alexander

    ปฏิกริยาของสมาชิกหน่วยไม่น่าแปลกใจ เพราะพิจารณาแล้วสแตนนิสมีโอกาสชนะริบหรี่มาก ทัพเขามีเพียง 1,500 และหากจอนพูดถูกว่าบอลตันมีทหารมากกว่าห้าเท่า ก็แปลว่าต้องมีราว 7,500 แม้สแตนนิสจะได้เผ่าชาวเขามาร่วมจากคำแนะนำของจอนราวๆ 3,000 บอลตันก็ยังได้เปรียบเรื่องที่เขาเกิดและเติบโตขึ้นในชัยภูมินี้อยู่ดี ยิ่งสถานการณ์ทางใต้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แลนนิสเตอร์และไทเรลมีทหารรวมกันนับแสนในขณะที่สแตนนิสไม่มีผู้สนับสนุนแม้แต่คนเดียว ยิ่งกว่านั้นหากเรื่องราวล่วงรู้ออกไปว่าจอนช่วยเหลือสแตนนิส ไม่เพียงหน่วยพิทักษ์จะกลายเป็นปรปักษ์กับบอลตันเท่านั้น แต่จะถึงขั้นเป็นอริราชศัตรูของราชสำนัก

    นอกจากแซมแล้ว โบเวน มาร์ช หัวหน้าคหรักษ์ก็เป็นอีกหนึ่งเสียงหลักที่คอยเตือนจอนเรื่องนี้

    ในตอนหลัง โบเวน มาร์ช คือคนที่(น่าจะ)เป็นแกนนำในการหักหลังจอน ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะมีแรงจูงใจจากการที่จอนรับคนเถื่อนเข้ามา แต่คำพูดข้างต้นนี้บอกว่าเขาน่าจะวิตกที่จอนเอาหน่วยพิทักษ์ไปเสี่ยงมากกว่า ยิ่งพิจารณาจากฟางเส้นสุดท้ายที่บีบให้เขาลงมือก็ยิ่งชวนให้คิดไปในทางนั้น เดี๋ยวเราจะกลับมาที่ประเด็นนี้กันอีกที

    แซมและเมสเตอร์เอมอนเห็นพ้องกันว่าจอนในฐานะ ผบ. ควรต้องแสดงจุดยืนให้อาณาจักรเห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่พวกเดียวกับสแตนนิส แต่จอนแทบไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย เมื่อทั้งสองพยายามให้จอนส่งสารยืนยันความเป็นกลางให้พระเจ้าทอมมิน จอนอิดออด และถึงกับออกอาการโมโหเมื่อถูกตั้งคำถาม อ้างว่าเขาไม่อยากเสียเวลาเอาใจราชสำนัก พยายามแถว่าเอาใจราชาสองคนไม่ไหว แต่จากบทสนทนาต่อไป ค่อนข้างชัดเจนว่านั่นแค่ข้ออ้างข้างๆ คูๆ จอนไม่อยากข้องแวะตระกูลแลนนิสเตอร์ เพราะความรู้สึกส่วนตัว

    ที่ย้อนแย้งที่สุด คือตัวจอนเองก็แสดงออกมาในความนึกคิดของเขาหลายครั้ง ว่าเขาเข้าใจดีถึงสิ่งที่ต้องเสียสละเพื่อสันติภาพ ดังตัวอย่างบทสนทนาที่เขาพยายามโน้มน้าวยาร์วิค สมาชิกหน่วยคนหนึ่ง

    ผู้เป็นศัตรูกันมาก่อนย่อมต้องเคยกระทำเรื่องเลวร้ายต่อกัน แต่เพื่อสันติภาพแล้วก็ต้องยอมวางอดีตเหล่านั้นไว้เบื้องหลัง จอนเข้าใจและเคยคิดเปรียบเทียบกับตัวเขาเองไว้เสียด้วยซ้ำระหว่างโน้มน้าวคนเถื่อน

    แต่ตัวจอนเองกลับไม่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเขาเองโน้มน้าวคนอื่นได้ จอนยืนกรานว่าบอลตันและแลนนิสเตอร์คือผู้ร้าย คือคนเลวที่ต้องกำจัด และไม่เคยคิดสงบศึกด้วยเลยแม้สักครั้ง เขาหวังลึกๆ ให้สแตนนิสเป็นฝ่ายมีชัยเหนือตระกูลที่ชั่วร้ายเหล่านั้นและถลำตัวลึกลงเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดเผื่อกรณีที่สแตนนิสเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไว้เลย...
    Last edited: 12 พฤษภาคม 2019
    RickonStark ถูกใจข้อความนี้
  3. จมลึกลงในปลักโคลน

    การกระทำต่างๆ ของจอน สโนว์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดผลทันที แต่จะกองสุมรวมกันแล้วสะท้อนกลับมาทีเดียวที่ท้ายเล่ม… ในส่วนนี้เราจะลองมาดูกันว่ามีอะไรอีกบ้างที่ตอกย้ำชะตากรรมของเขา

    1. สแตนนิส

    หลังจากสแตนนิสยกทัพออกไปแล้ว แทนที่จอนจะรักษาระยะห่างจากครอบครัวที่สแตนนิสทิ้งไว้ กลับเชิญให้มาอยู่ที่ปราสาทดำ

    2. อาร์ยา

    ระหว่างที่จอนทำอะไรของเขาไปพลาง รอข่าวสแตนนิสไปพลาง เขาก็ได้ข่าวว่าอาร์ยา น้องสาวที่เขารักที่สุด กำลังจะถูกจับแต่งงานกับแรมซีย์ บอลตัน จอนร้อนรนใจมาก แต่เขาก็พยายามย้ำกับตัวเองว่าเขาไม่อาจยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวได้ จนกระทั่ง...

    อีกรีตเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่จอนสูญเสียเพราะเขารักษาคำสาบาน ภาพเธอลางหายไป กลับกลายเป็นเมลิแซนเดอร์ยืนอยู่ตรงนั้น

    20190511_123959 AM.jpg
    เมลิแซนเดอร์ - by Jezebel

    “อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ลอร์ดสโนว์” นางว่า “ท่านยังช่วยน้องสาวได้” เมลิแซนเดอร์ยุยงให้จอนใช้อำนาจที่เขามีเพื่อเป้าหมายของเขาเอง “เด็กสาวชุดเทาบนม้าเจียนตายกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ มาหาท่าน” นางย้ำจอนว่าเขาอยู่ในฐานะที่มีอำนาจแล้ว ควรใช้อำนาจนั้นช่วยอาร์ยาและเพื่อความปรารถนาของเขา แน่นอน รวมถึงเวทมนต์ของนางด้วย

    คำพูดนี้มองผิวเผินเหมือนจะพูดถึงเวทมนต์ แต่ความหมายโดยนัยสื่อถึงการใช้อำนาจของจอน

    บทของจอนจบลงโดยที่จอนยังไม่ยอมไว้ใจเมลิแซนเดอร์… และลุงมาร์ตินก็ทำสิ่งที่เกินคาดนักอ่าน คือในบทที่จอนตัดสินใจเชื่อนางนั้น กลับเล่าจากมุมมองของเมลิแซนเดอร์ แถมกลายเป็นว่าเธอทำจากใจจริง ไม่ได้มีเจตนาร้ายอย่างที่ทุกคนคิด

    ที่ผ่านมาเราได้อ่านเรื่องของเมลิแซนเดอร์ผ่านมุมมองของดาวอสเท่านั้น ทำให้แทบไม่มีนักอ่านคนใดไว้ใจผู้หญิงคนนี้เลย ลุงมาร์ตินทำอย่างนี้ อาจจะเพื่อไม่ให้ผู้อ่านรู้สึกว่าจอนโง่เกินไปก็เป็นได้ ที่ไปเชื่อคำแนะนำของนาง

    จอนตัดสินใจส่งมานซ์ เรย์เดอร์ และภรรยาของเขาอีกหกคนออกไปช่วยอาร์ยาอย่างลับๆ… สิทธิ์ในการครองวินเทอร์เฟลของบอลตันนั้นขึ้นอยู่กับอาร์ยา หากเรื่องแดงออกไปว่าจอนพยายามชิงตัวเธอ จะหมายถึงอะไรได้นอกจากสงครามอีกหรือ...

    3. อลิส คาร์สตาร์ค

    อลิส คาร์สตาร์คเป็นผู้สืบทอดปราสาทคาร์โฮลด์ลำดับสองต่อจากพี่ชาย แต่ลุงของเธอ อาร์นอล์ฟ คาร์สตาร์ค อยากช่วงชิงปราสาทหลังนี้ จึงจัดแจงเตรียมให้เธอแต่งงานกับครีเกนลูกชายของเขา อลิสเชื่อว่าเมื่ออาของเธอได้ปราสาทแล้วต้องสังหารเธอแน่เหมือนที่เขาทำกับภรรยาคนก่อนๆ เธอขี่ม้าหนีไปหมดแรงอยู่ที่เมืองตัวตุ่นและถูกพาตัวมารักษาที่ปราสาทดำ

    เป็นอีกครั้งที่จอนถูกทดสอบจิตใจที่อยากช่วยเหลือผู้คน และยิ่งเจอคำวิงวองของเธอเข้าไป

    ไม่ต้องเดาเลยสินะว่าจอนจะช่วยไหม... รอบนี้เขาไม่ได้แอบทำเหมือนกรณีอาร์ยาด้วย แต่กลับกระทำอย่างอุกอาจเปิดเผย จอนจับคริเกน คาร์สตาร์คที่มาตามหาอลิสโยนเข้าคุก และจัดให้อลิสแต่งงานกับคนเถื่อน แล้วส่งกลับไปครองปราสาทคาร์โฮลด์ ตระกูลคาร์สตาร์คเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ของบอลตัน เป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูไม่แพ้กรณีอาร์ยาเลยทีเดียว

    จอนกำลังทำตัวเป็นผู้ครองแคว้น/ราชันอุดร ไม่ใช่ผู้บัญชาการของหน่วยที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

    4. ฮาร์ดโฮม

    ฮาร์ดโฮมเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุดของจอนก็ว่าได้ ที่นั่นมีคนเถื่อนติดหิมะรอความตายอยู่กว่า 6,000 คน แล้วจอนจะอดใจไม่ช่วยอย่างไรไหว แต่มันเป็นภารกิจที่อันตรายมาก แทบไม่มีโอกาสสำเร็จเลย และสมาชิกหน่วยหลายคนก็พยายามย้ำจอนเรื่องนี้

    เหตุผลที่จอนแย้ง คือคนเถื่อนหล่านั้นจะไปเพิ่มจำนวนผีดิบที่จะย้อนกลับมารุกรานผากำแพง จอนพูดเหตุผลนี้ขึ้นมาเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งเล่ม และไม่มีนึกถึงอีกเลยแม้สักครั้ง แต่เขาคำนึงถึงผู้คนที่กำลังรอความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นว่าภารกิจนี้เกิดขึ้นเพราะเขาแค่อยากช่วยคนเท่านั้นเอง ผลประโยชน์ของหน่วยเป็นเพียงข้ออ้าง จอนกำลังพยายามใช้อำนาจเพื่อทำตามอำเภอใจ

    หลังจากอโยธนาคารยอมให้จอนยืมเรือเพิ่มมาอีกสามลำ จอนก็ส่งเรือเหล่านั้นไปที่ป้อมตะวันออกทันที คิดกระทั่งจะออกนำภารกิจช่วยเหลือนี้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจส่งไพค์ไปแทน

    20190511_124902 AM.jpg
    ฮาร์ดโฮม

    เรือออกเดินทางในบทที่สิบ เพียงสองบทต่อมาเราก็รู้แล้วว่าภารกิจไม่ราบรื่น ทาลอน ผู้ช่วยของเมสเตอร์เอมอน ส่งเรเวนกลับมาแจ้งว่าเรือที่จอนส่งไปสิบเอ็ดลำ เหลือเพียงหกลำเท่านั้น คนเถื่อนที่ฮาร์ดโฮมไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ทั้งยังติดพายุหิมะจนเดินทางกลับมาไม่ได้

    และนั่นยิ่งกระตุกต่อมพระเอกของจอนเข้าไปใหญ่ เขาตัดสินใจว่าจะออกบัญชาการภารกิจช่วยเหลือด้วยตัวเอง และจะนำกำลังคนไปให้มากที่สุดเพื่อช่วยทั้งคนของเขาและคนเถื่อนกลับมาให้จงได้

    เขาตั้งใจจะเรียกรวมพลเพื่อแถลงภารกิจนี้ในโถงโล่... แต่แล้วตอนนั้นเองก็มีสารฉบับหนึ่งส่งมา จ่าหน้าถึงลูกนอกสมรส... สารสีชมพู สารที่เปลี่ยนทุกอย่างไป
    Last edited: 13 พฤษภาคม 2019
    RickonStark ถูกใจข้อความนี้
  4. คำแถลงการณ์ในโถงโล่

    สารสีชมพูลงนามแรมซีย์ บอลตัน มีเนื้อหาว่าเขาสังหารสแตนนิสและจับกุมมานซ์ เรย์เดอร์เอาไว้แล้ว และเรียกร้องให้จอนส่งตัวอาร์ยา เซลีส(ภรรยาของสแตนนิส) และอีกหลายๆ คนให้เขา หากทำตามเขาจะไม่ตอแยกับหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่ถ้าไม่...

    มันมาจากแรมซีย์จริงไหม เนื้อหาข้างในเป็นเรื่องจริงไหม ไม่มีใครรู้ แต่เพราะในสารระบุจำนวนภรรยาที่ติดตามมานซ์ไปได้ถูกต้อง จอนจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นของจริง ทันใดนั้นความหวังทั้งมวลรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาลงเดิมพันไปกับสแตนนิสก็พังทลาย

    และนั่น ก็นำไปสู่คำแถลงการณ์ของจอนในโถงโล่

    20190512_124022 AM.jpg
    โถงโล่ - by modji- 33

    โถงโล่ (Shieldhall) คือห้องที่อัศวินจะนำโล่ที่มีภาพลัญจกรประจำตัวมาทิ้งไว้เมื่อเขาสวมชุดดำ กำแพงห้องเรียงรายไปด้วยโล่หลากสี ห้องนี้มีขนาดใหญ่จุคนได้ถึงสองร้อย และในอดีตเมื่อหน่วยพิทักษ์ราตรียังมีกำลังพลมากก็จะใช้ห้องนี้เป็นที่กินอาหาร แต่เมื่อจำนวนคนลดน้อยลง ก็ไปกินกันในโรงเล็กแทน โถงโล่เพียงถูกใช้รวมพลในบางวาระ

    ระหว่างประชุม คนเถื่อนมีจำนวนมากกว่าหน่วยพิทักษ์มาก และสรุปสิ่งจอนแถลงได้สองเรื่อง
    1. เขามอบหมายให้ทอร์มุนด์เป็นผู้นำภารกิจช่วยเหลือฮาร์ดโฮมแทนตัวเขาเอง และให้เอาคนไปได้เท่าที่ต้องการ

    2. อ่านสารสีชมพูให้คนในห้องฟัง แล้วประกาศว่าเขาจะลงใต้ไปกำจัดแรมซีย์กับคนที่สมัครใจไปกับเขา
    ไม่ว่าจะข้อไหนก็มีผลเสียร้ายแรงต่อหน่วยทั้งสิ้น ข้อแรกจอนกำลังเอากำลังคนของหน่วยที่มีอยู่เพียงพันเศษไปเสี่ยงกับภารกิจที่แทบไม่มีโอกาสรอดกลับมา ซ้ำยังให้คนเถื่อนเป็นผู้นำเสียอีก และข้อสอง... จอนรู้ตัวว่าเขากำลังตระบัดสัตย์ แต่ในความคิดของเขา เขาไม่ได้บังคับให้พี่น้องชุดดำคนอื่นตระบัดด้วย มีเพียงเขาคนเดียว... ทว่า นั่นเป็นความคิดที่ผิด! เขาคือผู้บัญชาการ เป็นไปไม่ได้ที่การกระทำของเขาจะไม่ลากหน่วยพิทักษ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

    ในขณะที่คนเถื่อนกรูกันอาสาสู้เพื่อจอน มาร์ชกับยาร์วิคก็แอบพาคนของเขาปลีกตัวออกจากโถงไป… จอนเห็น แต่ไม่เฉลียวใจ

    หลังจากคนเถื่อนสาบานตัวต่อจอนเรียบร้อยแล้ว ก็แจ้งจอนว่าในโอกาสนี้ตามประเพณีคนเถื่อนจะต้องดื่มเหล้าฉลองให้เมามาย จอนสั่งให้คนขนเหล้ามาแล้วปลีกตัวไปหมายจะหารือเรื่องนี้กับเซลีส ตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดังมาจากหอคอยฮาร์ดิน เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปที่นั่นแทน

    ภาพที่เขาเห็น คือยักษ์วันวันโดนฟันบาดเจ็บ ในมือถือร่างแขนขาดไร้วิญญาณของเซอร์พาเทร็ก อัศวินของสแตนนิส

    20190512_13150 AM.jpg
    วันวัน - by Robert Simon

    ทหารของสแตนนิสและสมาชิกหน่วยพิทักษ์อีกหลายคนวิ่งตามมาถึงที่เกิดเหตุ และชักอาวุธออกมาเตรียมจู่โจมวันวัน ทว่าในสายตาจอน วันวันต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกจู่โจม (เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่ผมละไว้ ถ้าสนใจจะเล่าให้ฟัง) เขาพยายามห้ามปรามคนอื่นๆ ให้เก็บอาวุธเพื่อไม่ให้วันวันหวาดกลัว ซึ่งจะว่าไปก็ถือเป็นการปกป้องคนอื่นมากกว่า จอนเคยเผชิญหน้ากับยักษ์มาแล้ว เขารู้ดีมันทรงพลังเพียงไหน หากคนเหล่านั้นกรูกันเข้าไปจู่โจมละก็คงตายกันเป็นเบือแน่นอน

    ... ระหว่างที่กำลังชุลมุนนั่นเอง ...

    โบเวนร่ำไห้ขณะแทงจอน เป็นนัยว่าเขาทำเพราะไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ...

    เป็นไปได้ว่าโบเวน มาร์ชและพรรคพวกน่าจะรู้ความคิดของจอนและขบคิดแผนโต้กลับมาสักพักแล้ว คล้ายกับแผนสังหารจูเลียส ซีซาร์ สัญญาณแรกๆ คือเมื่อมาร์ชเริ่มปฏิเสธร่วมโต๊ะอาหารกับจอนและปลีกตัวหลบออกไปทำอะไรของเขาบ่อยขึ้น ทั้งยังแสดงความหวาดระแวงว่าจอนส่งคนโน้นคนนี้ไปคอยสอดส่องเขา... เพื่ออะไรกันเล่า? สิ่งที่เขาพูดคุยกับสมาชิกหน่วยพิทักษ์คนอื่นๆ มีความลับอะไรงั้นหรือ

    สมาชิกหน่วยคหรักษ์อีกคนหนึ่ง มัลลี มีแนวโน้มจะเป็นสายรายงานการเคลื่อนไหวของจอนแก่มาร์ช จุดสังเกตคือเขาถูกโกสต์เพ่งเล็งและถึงกับพยายามแว้งกัด ซึ่งคล้ายการกระทำของเกรย์วินด์ต่อตระกูลเฟรล์ก่อนงานวิวาห์ และเขาก็อยู่ในเหตุการณ์วันวันนี้ด้วย

    อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

    เมื่อข่าวคราวแพร่ออกไป คงเลี่ยงการปะทะระหว่างคนเถื่อนกับหน่วยพิทักษ์ไม่ได้แน่ๆ สองฝ่ายอาจห้ำหั่นแตกหักกัน หน่วยพิทักษ์มีจำนวนน้อยกว่ามากและน่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แม้ว่าจะรู้จักชัยภูมิที่ผากำแพงดีกว่าก็ตาม ทว่าก็ยังมีทหารที่เหลือของสแตนนิสที่น่าจะช่วยจู่โจมคนเถื่อน อีกทั้งสิ่งที่นักอ่านคาดกันว่าคนเถื่อนที่รวมตัวเมามายกันอยู่ในโถงโล่ อาจถูกจุดไฟเผาก็เป็นได้ แม้ว่าการดามประตูจากข้างนอกจะทำได้ยากกว่าจากข้างใน

    หากจอนฟื้นขึ้นมาเหมือนในซีรีส์ เขาจะเปลี่ยนแปลงไปจากผลที่เกิดขึ้นไหม เมื่อสิ่งที่เขาทุ่มเททำมาตลอดพังทลายลงไม่มีชิ้นดี

    พัฒนาการอีกอย่างหนึ่งของจอนในหนังสือเล่มนี้ คือความเชื่อในเวทมนต์และคำทำนาย ช่วงแรกที่เมลิแซนเดอร์บอกคำทำนายใดให้จอน เขาคิดอย่างชัดเจนว่าไร้สาระและไม่ได้ให้ความสนใจนัก แต่เมื่อคำเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นทีอย่าง เขาก็ดูจะเปลี่ยนความคิดไปบ้าง และยิ่งเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อได้รับสารสีชมพู

    อีกวลีหนึ่งที่น่าจะช่วยตอกย้ำความเชื่อของจอน คือคมมีดในความมืด วลีที่จอนจำได้ขึ้นใจและหยิบยกขึ้นมาใช้กับเมลิแซนเดอร์ในเชิงประชดประชันบ่อยครั้ง แต่กลับได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงเช่นกันในตอนท้าย

    จอนจะฟื้นขึ้นมาด้วยเวทมนต์ไหม หากเป็นเช่นนั้นจะยิ่งตอกย้ำให้เขาฝักใฝ่ในพลังเหนือธรรมชาติยิ่งกว่าเดิมไหม... ผมจะขอทิ้งท้ายบทความนี้ ด้วยคำของลุงมาร์ตินจากบทสัมภาษณ์บทหนึ่งนะครับ

    Last edited: 13 พฤษภาคม 2019
    marizelee, hearmee และ RickonStark ถูกใจข้อความนี้

Share This Page